หากคิดถึงการทำประกันบ้าน ก็ควรนึกถึง ประกันอัคคีภัย

การลงทุนซื้อบ้าน ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่และสร้างหนี้ก้อนใหญ่ บางคนใช้เวลาอยู่นาน ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะซื้อบ้านเป็นชื่อของตัวเอง ในเมื่อบ้านของสินทรัพย์มูลค่าสูงและใคร ๆ ก็หวงแหน การลดความเสี่ยงหากเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจึงเป็นอีกเรื่องที่ควรนำมาพิจารณา ซึ่งก็คือ การทำประกันบ้าน และหากคิดถึงการทำประกันบ้าน ก็ควรนึกถึง ประกันอัคคีภัย

ในทางกฎหมาย ไม่ได้บังคับว่าบ้านทุกหลัง ทุกครัวเรือนต้องทำประกันอัคคีภัย แต่การทำประกันอัคคีภัยสำคัญกว่าที่คิด อย่างน้อยการทำประกันเอาไว้ ก็ทำให้อุ่นใจได้หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีไฟไหม้บ้าน การทำประกันไว้มันคุ้มมากกว่า หากเรานึกถึงคำพูดที่ว่า โจรขึ้นบ้าน 10 ครั้ง ก็ไม่เท่าไฟไหม้บ้านครั้งเดียว

การทำประกันอัคคีภัยบ้าน หรือเรียกว่าประกันบ้าน คือการทำกรมธรรม์คุ้มครองบ้านของเรา หากมีเหตุเพลิงไหม้และได้รับความเสียหาย โดยเงื่อนไขการคุ้มครองและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน จะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันต่าง ๆ ที่เราได้ทำสัญญาด้วย จึงต้องอ่านและศึกษารายละเอียดให้ดี ๆ

ดังนั้น เพื่อความไม่ประมาท การทำประกันบ้านจึงเป็นสิ่งที่ควรจ่ายเพียงหนึ่ง แต่ความคุ้มครองหลายอย่าง

เมื่อเห็นคำว่าอัคคีภัย อาจเข้าใจไปว่าการทำประกันอัคคีภัยบ้านนั้น จะคุ้มครองบ้านและทรัพย์สินจากกรณีไฟไหม้เพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้ว การทำประกันอัคคีภัยบ้าน ยังคุ้มครองในกรณีอื่นด้วย ดังต่อไปนี้

ความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้
ความเสียหายที่เกิดจากฟ้าผ่า รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียหายจากเหตุฟ้าผ่าหรือลัดวงจรขณะเกิดเหตุฟ้าผ่า
ความเสียหายจากการระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์ในการอยู่อาศัย
ความเสียหายจากการเฉี่ยวชนโดยพาหนะ หรือสัตว์พาหนะ เช่น รถยนต์ วัว ควาย ม้า
ความเสียหายจากอากาศยาน วัตถุที่ตกจากอากาศ ยกเว้นจรวดอาวุธ
ความเสียหายจากน้ำที่เกิดจากการรั่วไหลภายในอาคาร หรือน้ำฝนที่ไหลเข้ามาจนได้รับความเสียหาย
ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ลูกเห็บ พายุ แผ่นดินไหว (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์บริษัทต่าง ๆ ซึ่งอาจแตกต่างกัน ควรสอบถามก่อนว่าคุ้มครองภัยธรรมชาติด้วยหรือไม่)

แล้วไม่ทำได้หรือไม่?ต้องทำ เพราะมันช่วยลดความเสี่ยงในการต้องจ่ายค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดจากไฟไหม้ให้เบาลง แทนที่เราจะต้องรับความเสี่ยงเองทั้งหมด ก็โอนความเสี่ยงไปให้กับประกันภัยแทน อย่าเสียดายเงินจนเข้าทำนอง เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย
บางคนอาจคิดว่าแค่ผ่อนจ่ายค่าบ้านอย่างเดียวก็แย่พอแรงแล้ว ยังจะต้องมาจ่ายค่าเบี้ยประกันอีกเหรอ ซึ่งถ้าซื้อบ้านด้วยเงินสด จะไม่ทำก็ได้ แต่การซื้อบ้านในลักษณะกู้เงินจากธนาคาร จำเป็นต้องซื้อกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยด้วยจนกว่าจะผ่อนค่าบ้านหมด หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ธนาคารจะเกลี้ยกล่อมแกมบังคับให้ทำ

นั่นเป็นเพราะการกู้เงินจากธนาคารเพื่อซื้อบ้าน ในขณะที่บ้านยังผ่อนไม่หมด ก็เท่ากับว่าบ้านยังเป็นสินทรัพย์ของธนาคาร ดังนั้น ทางธนาคารก็ต้องการความคุ้มครองในสินทรัพย์ที่ธนาคารยังถืออยู่ ซึ่งเวลาที่เราไปกู้เงินซื้อบ้าน ธนาคารอาจจะเสนอกรมธรรม์ของธนาคารเอง หรือเป็นการเสนอของบริษัทพันธมิตรก็ได้ หรือเราเป็นลูกค้าของที่ไหนอยู่แล้วจะไปหาซื้อเองก็ได้ แต่ควรต้องทำไว้ เพราะมันสำคัญมากกว่าที่คิด เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ